CMU Book Fair...เจ้า~

posted on 28 Nov 2008 13:23 by daradora  in Travelling
สวัสดีเจ้าไดอารี่
ตอนนี้ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ของเรา งามพร้อมสมภูมิลำเนา...เอ๊ยย ไม่ใช่
( ร้องเพลงของมหาลัยเยอะจัดตอนซ้อมเชียร์เลยกลายเป็นแบบนี้ไง )
อ่ะ เข้าเรื่องๆ
ก็ตอนนี้น่ะ ที่มอชอของเราจัดงานมหกรรมหนังสือ CMU Book Fair ครั้งที่ 15 ล่ะ
จัดบริเวณหอสมุดนี่เอง
แล้วเราก็ไปมาแล้วด้วย เพราะว่าอยู่ใกล้หอไง อิอิ
เค้ามรตั้งแต่เมื่อวานแล้ว วันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 - 4 ธันวาคม 2551 
เป็นช่วงเวลาที่ดีจริงๆ งานละลายทรัพย์กันชัดๆ
เพราะว่างานนี้เนี่ยนะ นอกจากจะมีออกร้านของหนังสือมากมายแล้ว
แต่ละร้ายก็มีส่วนลดซะแบบ...โอ้ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว อีกด้วย
และเมื่อวาน ก็ถอยมาเล่มนึงจนได้ 
เราซื้อ The Great Gatsby ของ F.Scott Fitzgerald 
เป็นนิยายภาษาอังกฤษน่ะ โด่งดังในอเมริกาเชียวนา
อ่ะ มีปกให้ดู แต่นี่มันไม่ใช่แบบที่เราซื้อหรอก คือว่า search แล้วมันไม่เจอน่ะ


ถามจากคนขายแล้วว่ามันเกี่ยวกับเรื่องอะไร พี่เขาก็บอกว่า
มันเป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่ฐานะยากจน แต่ก็ไปหลงรักหญิงผู้สูงศักดิ์เข้า
เขาก็เลยพยายามต่อสู้ชีวิต ยกระดับฐานะตัวเองน่ะ ประมาณนี้ล่ะ
เอาไว้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวอ่านเอง ว่าแต่คงได้ฝึกเปิดดิคมือระวิงแน่ๆเลย
( เผอิญว่าไม่ชอบใช้ talking-dict มีนะ ไม่ใช่ไม่มี แต่มันบ่อเปิงกับเปิ้นน่ะ )

โอเค งานนี้นะคะ นอกจากจะมีหนังสือแล้วยังมีขายอะไรอีกหลายอย่างเลย สัพเพเหระเต็มไปหมด
ตั้งแต่อาหารไปจนถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มือถือนู้นนี่เต็มไปหมด
แต่จุดเด่นก็เป็นหนังสือนี่ล่ะ ไม่งั้นจะเป็นงาน CMU Book Fair ได้จะได !

เอาล่ะ เราคิดว่าเดี๋ยวบ่ายนี้ไปอีกเจ้า อิอิ
เหมาหนังสือๆ แต่...ขอไปกดเงินก่อนค้าบบบ ไม่งั้นหมดอดช้อปแน่ๆ

ความรัก...มันเป็นอะไรที่เข้าใจยากจริงๆ

ยากกว่าคณิตศาสตร์ ยากกว่าฟิสิกส์ ยากกว่าหลากหลายทฤษฎีต่างๆมารวมกัน

บางคนก็อยู่อย่างมีความสุขได้โดยปราศจากรัก

แต่บางคนก็แทบจะตายเสียให้ได้ถ้าไม่มีมัน

...ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีความรัก

แต่ความรักที่ฉันมีมันช่างคลุมเครือเหลือเกิน

ฉันมีความสุข แต่ในขณะเดียวกันความทุกข์ก็อยู่คู่ด้วย

ความสุขที่ฉันได้รับนั้นมันช่างแสนสั้นนัก

ฉันไม่รู้ว่าผู้ชายคนหนึ่งที่เข้ามาในชีวิตฉันตอนนี้...เขาต้องการอะไรกันแน่

เขาคิดอะไรกันแน่ เขาคิดยังไงกับฉัน

มีบางครั้งที่ฉันรู้สึกมีความสุขมากยามที่เขาโทรมา...แต่นั้นมันก็แค่เพียงครั้งเดียว

ฉันมีความสุขมากเมื่อเขาบอกว่าห่วงฉัน

ฉันดีใจที่สุดที่เขาแสดงท่าทีที่ทำให้ฉันคิดว่าเขาก็สนใจฉัน

แต่นั้น ที่เธอทำทั้งหมดมันคือการหลอกลวงใช่ไหม

ฉันคิดไปคนเดียวใช่ไหม ฉันผิดเองใช่ไหมที่เข้าข้างตัวเอง

ฉันมันโง่เองที่คิดไปว่าเธอก็คิดเหมือนฉัน คิดไปว่าเราอาจจะมีทางสานสัมพันธ์ต่อไปได้

ฉันมันแย่เองที่คิดแบบนั้น ขอโทษเถอะนะ แต่หัวใจดวงนี้เจ็บปวดทรมานมากเหลือเกิน

น้ำตากี่หยดที่เสียไป ความเข้าใจผิดที่คิดไป อาการหลงตัวเองที่คิดว่าจะมีหวัง

มันสูญสลายไปแล้ว ฉันเสียใจ หัวใจฉันก็เจ็บ

ได้โปรดเถอะ ฉันไม่รู้อะไรแล้วตอนนี้ เธอคิดยังไงกับฉันกันแน่

อย่างน้อย ความหวังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในตอนนี้ มันจะเป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจฉัน

แต่ยามใดที่มันหมดไป นั่นก็หมายถึง หัวใจของฉันก็จะตายลงไปด้วย

ฉันเป็นเพียงของเล่นยามเหงาของเธอเท่านั้นใช่ไหม

ฉันเป็นเพียงคนหนึ่งที่เธอคุยด้วยเท่านั้นหรือ

ฉันไม่มีความสำคัญอันใดกับเธอทั้งสิ้นเลยใช่ไหม

ฉันคิดไปคนเดียว ฉันเข้าข้างตัวเอง ฉันไม่มีความสำคัญกับเธอ...ใช่ไหม

 

วันนี้วันพระที่ 16 สิงหาคม

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีโครงการ

"ลูกช้างเชือกใหม่ ใฝ่คุณธรรม" ซึ่งจะมีการให้น้องปี 1 ไปตามวัด

ของเราได้ไป วัดเชตุพน ซึ่งมีเพื่อนๆไปอีกประมาณเกือบ 50 คนแบ่งตามรหัส

มีรุ่นพี่ปี 2 และปี 4 ไปด้วย

อันที่จริงก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าอยู่ส่วนไหนของเชียงใหม่

เพราะว่าเราเองก็ไม่ใช่คนพื้นที่ (คนพื้นที่บางคนยังไม่รู้เลย)

แต่รู้แค่ว่าต้องข้ามสะพานนครพิงค์ ที่ข้ามแม่น้ำปิงน่ะ

วัดเชตุพนมีพื้นที่ 5 ไร่ (ตามที่พระท่านบอกมา) กว้างดี

อาณาบริเวณก็แลดูสะอาด และที่วัดนี้มีโรงเรียนสอนสามเณรด้วย

ลูกหลานใครสนใจอยากจะมาศึกษาธรรมก็เรียนเชิญค่ะ ฟรี !

อีกอย่างที่ชอบคือจิตรกรรมฝาผนังเป็นพุทธประวัติ สวยงามมากๆ

เราไปนั่งฟังพระสองท่านมาเทศน์ สนุกดี

พระสมพรและพระประสิทธิ์ (มั้ง)

พระประสิทธิ์เทศน์นาน อันที่จริงไม่เบื่อเลย

แต่จะสนุกและซึ้งรสพระธรรมกว่านี้มากๆถ้าเราไม่ปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ

เพราะกินนมเยอะไป (สมน้ำหน้า)

เลยนั่งทรมานไปหลายชั่วโมงเลยทีเดียว

พระท่านพูดให้ได้คิดหลายอย่าง ได้นั่งสมาธิด้วย

บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง แต่สบายราวกับลอยได้เลย

เราว่าการที่ได้มาวัด มันทำให้เราสงบจิตใจได้มากๆเลยทีเดียว

ไม่ฟุ้งซ่านดี ได้ฟังพระท่านเล่าเรื่องในชีวิตท่านก็สนุกดี

เป็นความรู้ที่ยากจะได้ยินกันบ่อยๆ

พอฟังพระท่านเสร็จก็ไปเก็บขยะนิดๆหน่อยๆแล้วก็แวะคณะแล้วก็กลับ

(จะสนุกกว่านี้ถ้าได้เข้าห้องน้ำ เหอะๆ)

 

 

ในที่สุด ก็ผ่านพ้นช่วงสอบมิดเทอมเทอมที่ 1 ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไปเสียที

หลังจากที่ตรากตรำอ่านหนังสือกันข้ามวันข้ามคืนจนตากลายเป็นหมีแพนด้า

แล้วก็ไปนั่งหลับ เอ๊ย ! นั่งสอบในห้อง

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2551 : บ่ายสามโมงครึ่ง - ห้าโมงครึ่ง สอบ Biology

ซึ่งขอบอกว่า 150 ข้อกับ 2 ชั่วโมง คิดไว้เลยว่าไม่ทันแน่ๆ เป็นคนฝนช้า ข้อหนึ่งใช้เวลาดนานพอสมควร

แต่...ก็เสร็จก่อนสิบนาทีจนได้ ออกมาจากห้องรู้สึกหัวสมองโล่งมาก เพราะกังวลไบโอที่สุด เพราะ

เป็นวิชาที่จะต้องใช้ตลอดเวลาในการเรียนพยาบาล แต่ก็พลาดหลายข้ออยู่ล่ะ

วิชาที่สอง วันที่ 31 กรกฎาคม 2551 : Introduction of Nurse หรือปฐมนิเทศวิชาชีพพยาบาล

สอบตอน 10 โมงถึงเที่ยง เหอะๆ ... ทำได้น้อยมาก พลาดอีกตามเคย อ่านแล้วไม่จำ

วันที่ 1 สิงหาคม ว่าง ก็อ่านหนังสือไป แต่ไม่ได้โต้รุ่ง

วันที่ 2 สิงหาคม 2551 : Psychology จิตวิทยา สอบตอน 8 โมงถึง 10 โมง

อันนี้ก็เครียดเหมือนกัน 110 ข้อ ก็นั่งงงกันไป...

วันสุดท้าย อันนี้ปลงแล้ว ปลงที่สุด เพราะสิ่งที่เราไม่ชอบมันหวนกลับมาหาเราอีกแล้ว

วันที่ 3 สิงหาคม 2551 : ฟิสิกส์ Physics 8 โมงถึง 10.30 น. ทำไม่ได้

ทำได้น้อยมาก ได้คำตอบไม่เหมือนเพื่อน หรือพูดง่ายๆก็คือคำตอบเราไม่มีใครจะมาเหมือนเพราะมันผิด !

 

แต่วันนี้วิชาอังกฤษ ไปเล่น role-play ดีใจที่ได้เล่น เพราะจะได้ไม่ต้องกังวลมาก

เอาล่ะ ตอนนี้เราเองก็ได้ข้อคิดหลายอย่างมากๆ

และอย่างแรกคือควรตั้งต้น ตั้งใจ เตรียมตัวอ่านหนังสือตั้งแต่เนิ่นๆ

ไม่อยากได้ F ไม่อยากตกมีน ไม่อยากโต้รุ่ง ...มันทรมานมากนะ จะบอกให้

อีกไม่กี่ชั่วโมง...

posted on 30 Jul 2008 02:50 by daradora  in Life


ตอนนี้ใกล้ตีสามแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็จะสอบมิดเทอมแล้ว


เป็นวิชาชีววิทยา ซึ่งรวมเรื่องของตั้งแต่แรก


- ระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์
- เซลล์ 
- การหายใจระดับเซลล์
- พลังงานกับชีวิต
- อนุกรมวิธาน การจัดจำพวกสัตว์
- ระบบผิวหนัง
- ระบบกล้ามเนื้อ
- ระบบโครงกระดูก
- ระบบหายใจ
- ระบบย่อยอาหาร

ทั้งหมดนี้มารวมไว้ในข้อสอบ 150 ข้อ 2 ชั่วโมง !!!
ซึ่งเราจะสอบตอน บ่ายสามโมง 

เฮ้อ อยากปลดปล่อยอารมณ์ พักหลังมานี้ โต้รุ่งตลอดเลย
หนักหัว ปวดหัว ล้า


การสอบในมหาลัยมันหนักยิ่งกว่าสอบแอดมิชชั่นหรือโควต้าอีก

อยากแต่งนิยายจัง อิอิ

ไปอ่าน bio ต่อล่ะนะ สู้ ๆ !!!

 

....หลังสอบต้องไปฟื้นฟูใบหน้าด่วน ตาคล้ำเป็นหมาแพนดี้ หมีแพนด้าแล้ววว

แล้วก็ต้องนอนมากๆ ตอนนี้ brain cells ไม่สบายแล้วแน่ๆ

 

 

 

 

 

 สุดผืนทราย ปลายฝั่งฟ้า

ผู้เขียน : อะมีราห์

สำนักพิมพ์แจ่มใส Dreamland of Love

ราคา 149 บาท

จำนวนหน้า 209 หน้า

www.jamsai.com



====================================== 

 

เรื่องย่อจากปกหลัง


เพราะถูกสตรีผู้เป็นที่รักหักหลัง ราเนฟจึงปฏิเสธตำแหน่งสำคัญ

เมินเฉยต่อยศถาบรรดาศักดิ์

แล้วพาหัวใจอันบอบช้ำร่อนเร่ไปทั่วแดนดิน ไม่ลงหลักปักฐานยังถิ่นใด

นี่คือความตั้งใจเดิม

จนกระทั่งสาสน์จากสหายสนิท...องค์ฟาโรห์แห่งสองอาณาจักร...มาถึงมือ

ชายแดนระส่ำระสายด้วยทัพกบฏ เขาจึงรับหน้าที่สำคัญเข้าไปสืบข่าวยังเขตศัตรู

แต่ท่ามกลางการศึก 
เทวีฮาเทอร์กลับทรงเมตตาให้เขาได้พานพบนาฟร์...เด็กสาวชาวนูเบีย

ผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากการสังหารหมู่อันโหดร้าย

หากเจ้าหญิงเมริอามุนซึ่งสร้างบาดแผลไว้ให้เขาเทียบได้กับบัวแห่งไนล์อันสูงส่ง

นาฟร์คงเป็นดังกุหลาบทะเลทรายที่แม้จะชูยอดลำพัง แต่ก็เบ่งบานอย่างองอาจงดงาม

และเจ้ากุหลาบดอกน้อยนี้ก็กำลังหยั่งรากลึกลงยังผืนทรายในใจเขาช้าๆ เพื่อที่วันหนึ่ง...

ศรัทธาแห่งรักจะคืนกลับมาดังเดิม
 

 ======================================================


จริงๆแล้วเป็นคนที่ชอบอ่านแนวๆอียิปต์ ทะเลทราย ฟาโรห์

อะไรประมาณนี้อยู่แล้ว

เล่มนี้จึงชอบเป็นพิเศษ ตัดสินใจอยู่นานกว่าจะควักเงินมาซื้อ

อ่านแล้วไม่ผิดหวังจริงๆ ทั้งรูปเล่มเนื้อหา ทุกอย่างโอเค

หน้าปกสวยมาก
ชอบคุณอะมีราห์เขียนมากๆ

ใครชอบแนวนี้ ควรอ่านอย่างแรงค่ะ

^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^


- ราเนฟ เป็นคนหล่อ เก่ง ฉลาดดีเราชอบ แต่ว่าชีวิตวัยเด็กน่าสงสาร  

เชี่ยวชาญด้านการปรุงยาสมุนไพรต่างๆ

(เหมือนศ.สเนปในแฮร์รี่ !)

หัวใจของเขาผู้นี้ภักดีต่อเจ้าหญิงเมอริอามุนเพียงคนเดียว

แต่ความเข้าใจผิดทำให้เกิดเรื่องขึ้น

และก็ทำให้พระเอกเจอและรักกับนางเอกจนได้


- นาฟร์ เป็นนางเอกที่น่าสงสารมากที่สุดเท่าที่เคยเจอเลย  

เธอเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว สมเป็นกุหลาบทะเลทรายในสายตาของราเนฟเสียจริงๆ

(ฟังดูดีนะ แต่ราเนฟเปรียบคนรักเก่าดั่งดอกบัวที่ล้ำค่า !

แหม แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าดอกกุหลาบ

หรือดอกบัวจะชนะ แต่ผลเราทุกคนก็รู้อยู่แล้วเนอะ หุหุ)


- ฟาโรห์คาร์คาเร ส่วนตัวเราชอบองค์ฟาโรห์คาร์คาเรที่สุด 

เพราะพระองค์ค่อนข้างมีนิสัยที่เหมือนเด็ก

แต่เวลาออกศึกหรืออยู่ต่อหน้าประชาชน

พระองค์ดูสง่างามมากๆ มีไหวพริบดี ไม่ตกหลุมพรางผู้ใดง่ายๆ


- มุตต์ สิงโตหนุ่ม สหายสนิทขององค์ฟาโรห์คาร์คาเร น่ารัก^^


- เจ้าหญิงเมอริอามุน เป็นเจ้าหญิงแสนสวยที่น่าสงสารที่สุดในผืนแผ่นดิน !!!

ฟังดูโหดร้ายแต่ในความรู้สึกจูน

องค์หญิงผู้นี้ชีวีแสนโศกาเหลือทน 

 

0o0

ตอนแรกพออ่านเรื่องนี้จบ

ก็เกิดอาการ Charactertisis

???!!!

+555 ไม่มีหรอกค่ะโรคนี้ แต่ว่าแค่เปรียบเฉยๆ

ว่าเป็นโรคบ้านตัวละคร

หลงรักพระเอกนิยายอะไรประมาณน้านนน

เอาล่ะๆ

พออ่านจบ ก็หลงรักฟาโรห์คาร์คาเรผู้ซึ่งมิใช่พระเอกแต่อย่างใด

ก็แหม ลองไปอ่านดูเถิด แล้วจะรู้ว่าจูนไม่ได้โกหกเลย อิอิ

ตอนนั้นเข้าไปอ้อนวอนคุณพี่อะมีราห์

ให้เขียนเรื่องความรักของฟาโรห์คาร์คาเรบ้าง

เฮ้อ ท่านดูเอาเถิด !!!

 

เอ ชื่อประเทศแต่ละประเทศมีที่มาอย่างไรหนอ

แล้วเกี่ยวข้องกับความรักอย่างไรกันนะ

เราตามไปดูกันเถอะนะคะ

1. T.H.A.I.L.A.N.D.    Totally Happy. Always In Love And Never Dull.

2. E.G.Y.P.T.             Everything's Great, You Pretty Thing!!

3. H.O.L.L.A.N.D       Hope Our Love Lasts And Never Dies.

4. I.T.A.L.Y.               I Trust And Love You.

5. L.I.B.Y.A.               Love Is Beautiful; You Also.

6. F.R.A.N.C.E.          Friendships Remain And Never Can End.

7. C.H.I.N.A.              Come Here..... I Need Affection.

8. B.U.R.M.A.            Between Us, Remember Me Always.

9. N.E.P.A.L.             Never Ever Part As Lovers.

10. I.N.D.I.A.             I Nearly Died In Adoration.

11. K.E.N.Y.A            Keep Everything Nice, Yet Arousing.

12. C.A.N.A.D.A.       Cute And Naughty Action that developed into attraction.

13. K.O.R.E.A.          Keep Optimistic Regardless of Every adversity.

14. M.A.N.I.L.A.        May All Nights Inspire Love Always.

คนเรานี้ช่างคิดจริงๆเลยค่ะ

อ่านแล้วก็หลงรักบทความนี้อย่างจัง เลยอดที่จะเอามาแปะไม่ได้

หากแปลดูทุกข้อแล้ว เราก็จะรู้ว่าความหมายดีมากๆจริงๆค่ะ

จูนชอบของประเทศไทยและฝรั่งเศสค่ะ ความหมายลึกซึ้งประทับใจเหลือเกิน

edit @ 23 Jul 2008 01:02:25 by daradora

edit @ 23 Jul 2008 01:06:27 by daradora

 

 

เชื่อว่าตอนนี้ใครหลายๆคนกำลังอยู่ในช่วงสอบมิดเทอมกันอยู่

 

ยังไงก็ขอให้ผ่านไปด้วยดีนะคะ สู้ๆทุกคนเลย ทำข้อสอบให้ได้

 

ส่วนตัวเรานี่ก็อีกไม่นานนี่แล้วล่ะ มช.แห่งนี้ก็จะเป็นฤดูการสอบมิดเทอมซักที

 

ยังไม่รู้เลยว่าการสอบในมหาวิทยาลัยจะแตกต่างจากในโรงเรียนยังไง

 

แต่...ที่แน่ๆ วิธีการทำข้อสอบไม่เหมือนกันคือ มหาวิทยาลัยจะเป็นการฝนเหมือนข้อสอบโอเน็ตเอเน็ตทั้งหลาย

 

ซึ่งหากวิชาไหนให้เวลาน้อย แต่ข้อสอบมากข้อ อันนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะให้ใครช่วยได้

 

นอกจากตัวเราเอง !

 

ยอมรับตอนนี้ขี้เกียจอ่านหนังสือสุดๆ เล่นแต่เกมส์ , hi5 , exteen และอีกมากมาย

 

เฮ้อ เหนื่อยใจกับตัวเองเสียจริง

 

- Physics อะไรมันจะเข้าใจยากปานนี้

 

- Bio เยอะได้อีกๆ

 

- Intro Nurse โอ้ ม่ายอยาก said ...2 hrs/ 100 กว่าข้อ !

 

- Psycho ม่ายยยยยยยยยยยย !!!!!!!!!!!!

 

- Pop Ed จะสอบวันศุกร์นี้แล้วเนี่ย เหอะๆ

 

- ESALL ยังทำไม่ถึงไหนเล้ยยย

 

ปี 1 คนไหนยังหัวอกเดียวกัน ก็ขอให้มีสิ่งเร้ามากระตุ้นแล้วตอบสนองด้วยการอ่านหนังสือเยอะๆนะคะ

 

คนไหนยังไม่ได้ทำ ESALL ... มาทำด้วยกันก็ได้น้า อิอิ

 

 

.....................................................................................................

 

 

อวยพรให้ทุกคนโชคดีในการอ่านหนังสือและทำข้อสอบนะคะ (รวมทั้งตัวข้าพเจ้าเองด้วย)-~-

edit @ 22 Jul 2008 01:28:26 by daradora

edit @ 22 Jul 2008 01:29:42 by daradora

edit @ 22 Jul 2008 12:49:25 by daradora

edit @ 23 Jul 2008 00:38:03 by daradora

ปี 1 เป็นแบบนี้เองเหรอ ?!

posted on 17 Jul 2008 20:29 by daradora  in Life

เฮ้อ ชีวิตปี 1 นี่มันเป็นแบบนี้เองเหรอ เพิ่งได้เข้าใจตอนได้มาสัมผัสเองนี่ล่ะ

เมื่อก่อน ไม่เค๊ย ไม่เคยจะเข้าใจ ก็มีรุ่นพี่บอกว่า ปี 1 สบายสุดๆแล้ว

เราก็ว่าอย่างนั้นล่ะ เหอะๆ ...เพราะปี 2 คณะเราก็ต้องข้ามฝั่งไปเรียนฝั่งสวนดอกแล้ว

ตอนนี้ปี 1 อยู่ฝั่งสวนสัก ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นอะไรที่เรียกว่า Freedom ของแท้เลย

ใครจะได้ดีจะประสบความสำเร็จก็ขึ้นอยู่กับชีวิตในนี้นี่แหละ

บางวันก็มีเรียนน้อย บางวันก็มาก รู้ป่าวว่า เรารักวันจันทร์เพราะมีเรียนแค่ 3 วิชา

8 โมง - 9 โมงครึ่ง เรียน Bio Lecture

9 โมงครึ่ง - 11 โมง เรียน Psycho

11 โมง - เที่ยงครึ่ง เรียน Physics Lecture

หลังจากนั้นก็ Free แต่ว่า... ช่วงที่เราคิดว่า โอ๊ย ดีใจ ว่างแล้วๆ ...แต่จริงๆแล้ว

ควรที่จะอ่านหนังสือ ถ้าใครเอาช่วงเวลานี้ไปมัวเที่ยวเล่น มันก็ไม่ควรแล้ว

อันที่จริง บอกตามตรง เราเรียนเสร็จก็นอนพัก +555 ...ก็มันเหนื่อยนี่นา

เอาผ้าไปซัก ทำความสะอาดบ้าง งานเยอะๆ

และวันพฤหัสบดี เป็นวันที่มีวิชาเรียนเยอะพอสมควร ก็เลิก 5 โมงครึ่งนู้น มี Lec ตอนเช้า Lab ตอนบ่าย

รู้ไหมว่า บางวันเคยโดด Lec ด้วยล่ะ !!!

เป็นการกระทำที่ไม่ดีเลย แต่ช่วงนั้นมันอิดจริงๆ เหนื่อยมากๆ

นี่ก็เป็นการเห็นแก่ตัวอย่างหนึ่ง

* ดังนั้น การเรียนมหาวิทยาลัยไม่มีใครมาคอยจ้ำจี้จ้ำไชเราอีกแล้ว

มีแต่ตัวเราเองเท่านั้นที่จะกำหนดชะตาชีวิต กำหนดอนาคตตัวเอง

(พูดแบบนี้ แสดงว่าต่อไป แกจะไม่โดดเลคเชอร์แล้วใช่มั้ย !?)

เพราะฉะนั้น ใครเรียนปี 1 ก็สู้ๆ กับชีวิตในมหาวิทยาลัยนะคะ

edit @ 17 Jul 2008 20:44:57 by daradora

 

edit @ 22 Jul 2008 01:14:53 by daradora

edit @ 22 Jul 2008 12:49:08 by daradora

The First Time ... @ Exteen

posted on 13 Jul 2008 20:42 by daradora

นี่เป็นครั้งแรกในการเขียนบล็อคเลย

เล่นก็ยังไม่ค่อยเป็นเท่าไรเลยด้วย

ยังไงก็ขออภัยผู้ที่มาเยี่ยมชมไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ที่บล็อคนี้ มันโล่งๆ ไปซักหน่อย

เอาไว้หลังสอบ ค่อยมาเริ่มกันใหม่ ~

edit @ 13 Jul 2008 20:47:21 by daradora